หมวดหมู่กระทู้
»
ศรีสะเกษของเรา
ค้นหากระทู้
ฝน(หนัก)ไม่ทั่วฟ้า.. น้ำตาใครไหล
koko
ปีนี้น้ำหลากในหลายพื้นที่ แต่บางที่ก็ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ทำได้เพียงก้มหน้าทำนาแล้ง ได้ผลผลิตหรือไม่ก็สุดแต่ใจลมฟ้า
พยากรณ์อากาศต้นเดือนตุลาคม ฝนเริ่มลดลง เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนตัวลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลงในระยะนี้ โดยเฉพาะภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ เหลือเพียงร้อยละ 20 ของพื้นที่ ถือว่าฝนตกน้อยลงกว่าภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ
ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยาเคยออกประกาศเตือนฝนตกหนัก (15 กันยายน 2553) เนื่องจากร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงได้เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคอีสานตอนล่าง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น และตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทำให้ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปร้อยละ 80 ของพื้นที่
ภาคอีสานจะมีฝนมากสุดถึงร้อยละ 90 ของพื้นที่ ขอให้พื้นที่เสี่ยงภัย จ.เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ หนองคาย เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
น่าสนใจว่า ส่วนใหญ่พื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมคือ "อีสานเหนือ" มากกว่า "อีสานใต้" จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ โดยบางพื้นที่ อาจใกล้เทือกเขา หรือแม่น้ำโขง ชี มูล ก็อาจได้รับอานิสงส์ใกล้แหล่งน้ำเหล่านั้น สามารถทำนาได้
แต่พื้นที่ห่างไกลออกไป ยิ่งแตกต่าง เนื่องจาก ฝนตกน้อยกว่าทุกปี จนประสบปัญหาไม่สามารถทำนาปีได้ ทั้งที่เฝ้ารอฝนมานานหลายเดือน เพื่อหวังว่าจะเพาะปลูก แต่ก็จนแล้วจนรอด จนใกล้ฤดูฝนแล้วก็ยังโดนเพียงแค่ "หางฝน" คือ ฝนตกบ้าง ประปราย แต่ไม่เพียงพอจะทำนาได้
จนบางครอบครัว ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี จะปล่อยให้ที่นาวางเปล่าอยู่อย่างนั้นก็ไม่ได้ จึงต้องลุกขึ้นมาจับควายเหล็กไถดินแล้งน้ำเพื่อปักดำนา ขอเสี่ยงชะตาไปกับปลายฤดูฝน แม้จะรู้ว่าต้นกล้าที่ปักดำลงไป มีความเสี่ยงสูงต้องเ
xxx
่ยวเฉาตายคาท้องนาก็ตาม
ที่บ้านเมืองหลวง ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา สะท้อยให้เห็นสภาพปัญหาดังกล่าวอย่างชัดเจน และนี่อาจเป็นตัวอย่างของอีกหลายๆ พื้นที่ที่ต้องการให้ "ฝนตกหนัก" เพื่อปลูกข้าวนาปีไว้ประทังชีวิตไปจนถึงฤดูกาลทำนาปีหน้า แต่ฟ้าฝนก็ไม่เป็นใจ กลับไปตกหนักที่อื่น จนกลายเป็นปัญหาอุทกภัย
ชาวบ้านบางคน พอเห็นข่าวน้ำท่วมที่ไหน ก็ให้ละเ
xxx
่ยใจแทน พร้อมบ่นเชิงตลกร้ายว่า ทำไม ฝนไม่มาตกหนักๆ ลงบ้านนี้ หมู่บ้านนี้ ให้ท่วมกับเขาบ้าง...
จากข้อมูลสำมะโนประชากร ชาวตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ มีลูกบ้านเกือบหมื่นคน จำนวนประมาณเกือบ 1,500 เรือนหลังคา มีอาชีพหลักคือ ทำนา อาชีพเสริมคือ รับจ้างทั่วไป และมีที่ราบลุ่มเหมาะแก่การเพาะปลูก ประมาณ 23,913 ไร่
สมชาย อินทร์แก้ว ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลเมืองหลวง พาลงพื้นที่ท้องทุ่งนา โดยเริ่มจากที่นาของตัวก่อน ในแปลงนาหลายไร่ของเขา ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวนาหว่านเลย จะแก้ปัญหาอย่างไรก็ไม่ได้ เพราะละแวกทุ่งนี้ ไม่มีแม่น้ำ อาจจะมีแหล่งน้ำ สระขนาดใหญ่ แต่ในนั้นก็ใช่ว่าจะมีน้ำ
"ดังนั้น ปัจจัยทั้งหมดคือรอฟ้ารอฝนเหมือนอย่างทุกปี แต่ปีนี้ ไม่รู้เกิดอาเพสอะไร ฝนตกลงพื้นที่น้ยมาก แม้หลายครั้งจะเหมือนมีลมพายุตั้งเค้ามารุนแรง แต่ก็ไม่ได้หอบเมฆฝนมาด้วย ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เลยเหมือนอยู่อย่างไร้ความหวัง ปีนี้ถือว่าแล้งหนักในรอบหลายสิบปีเลยทีเดียว"
หลังเดินสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง ขบวนมอเตอร์ไซต์ของผู้นำชุมชนก็ตามมายังที่นาของผู้ใหญ่บ้าน สมชาย นำโดย เริงฤทธิ์ อินทร์แก้ว กำนันตำบลเมืองหลวง วัยใกล้เกษียณ 59 ปี แต่ใจยังห่วงชาวบ้าน และ สุพรรณ ลาภูตะมะ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองหลวง พร้อมชาวบ้านอีก 2-3 คน พากันมา เพื่อพากันไปดูการทำนาแบบ "เสี่ยงดวง" ของชาวนาครอบครัวหนึ่ง และช่วยกันลงแขกดำนาแล้งน้ำโชว์ด้วย
ทำนาแบบเสี่ยงดวง
มันเหมือนตลกร้าย หลายครอบครัวชนบทห่างไกลในบ้านเมืองหลวง พอรู้ว่าฝนตกน้อยก็ลงมือไถหว่านนาข้าวไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เพื่อรอคอยความหวัง แต่บางครอบครัวไม่ทำอย่างนั้น เพราะเชื่อว่าฝนจะตกลงในที่สุด แต่เมื่อไม่เป็นดังหวังแล้ว จึงลงทุน ลงมือดำนาในช่วงท้ายฤดู อย่างของ วัชรวรรณ อินทร์แก้ว วัย 43 ปี (อย่าแปลกใจ หากเห็นนามสกุล "อินทร์แก้ว" อีกคน เพราะท้องถิ่นดังกล่าว ถือว่าเป็นนามสกุลใหญ่ มีนับร้อยหลังคาเรือนก็ว่าได้)
ครอบครัวของวัชรวรรณ ต่างรอฝนเหมือนเช่นทุกปี เพื่อทำนาดำ เพราะได้ผลผลิตดีกว่านาหว่าน แต่การรอคอยก็สิ้นสุดไปพร้อมกับความอดทน ครอบครัวของเธอจึงตัดสินใจไถนาที่ไม่มีน้ำเพื่อดำนา ทั้งๆ ที่รู้ว่า เสี่ยงลงแรงแบบเสี่ยงโชคไปกับฟ้าฝนไม่เป็นใจก็ตาม ท่ามกลางความเห็นของชาวบ้านละแวกเดียวกัน ที่สะท้อนเข้าหูมาว่า มันคุ้มค่าหรือไม่
ปัจจัยทั้งหมดวัชรวรรณรู้ดี แต่ก็ยังลงทุนค่าน้ำมันรถไถ แถมซื้อปุ๋ยมารอแล้ว บนที่นา 2 แห่ง จำนวนรวม 14 ไร่ มูลค่าร่วมๆ หนึ่งหมื่นบาท
"เพราะมันไม่มีทางออก และคงทนไม่ได้ที่จะนั่งงอมืองอเท้า โดยไม่ทำอะไรเลย" เหตุผลอันหนักแน่นของเธอ
ถามว่า ทำไมถึงทำนาทั้งที่รู้ว่าฝนใกล้หมดฤดูแล้ว และมีโอกาสสูงที่จะไม่มีน้ำในการทำการเกษตร
เธอตอบว่า ทำไว้เผื่อจะได้ผลผลิตเล็กๆน้อยๆ ในช่วงเก็บเกี่ยว
ถามต่อว่า ถ้าฝนไม่มา คงต้องยอมรับความจริงว่ามันแล้ง แล้วจะทำอย่างไรต่อ
"จะให้ทำยังไง อยู่เฉยๆ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แต่ถ้าฝนไม่มาก็ต้องยอมรับความจริงว่ามันแล้ง แต่ที่ทำก็เผื่อว่าฝนมันจะตกลงมา จะได้ข้าวกลับมาบ้างมั้ง"
ปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน (ตุลาคม) ที่นาของวัชรวรรณ ข้าวกำลังออกรวงแล้ว และหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้ข้าวประมาณ 60 กระสอบปุ๋ย แต่ปีนี้เธอเพิ่งดำนา โดยยังไม่รู้ว่าจะได้ข้าวกี่กระสอบ ต้องรอจนกว่าจะถึงช่วงเก็บเกี่ยว ราวๆ ปีใหม่โน่น
แห่นางแมวขอฝน วอนรัฐช่วยด้วย
ความทุกข์ร้อนของคนในชุมชน นับเป็นหน้าที่ของผู้นำชุมชน เมื่อพึ่งใครไม่ได้ จะแก้การปัญหาแล้งซ้ำซากก็ไม่ตกเสียที ผู้ใหญ่ฯสมชาย อินทร์แก้ว จึงแก้ปัญหาเรื่องขวัญกำลังใจ อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไร
"อย่างที่ทราบ ปีนี้ฝนไม่ตก จนชาวบ้านมีมติร่วมกันว่า ให้ทำการแห่นางแมว หรือทำทุกอย่างตามประเพณีของหมู่บ้านที่เคยทำมา เช่น เซ่นไหว้ผีปู่ตา จัดบุญบั้งไฟ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านสบายใจ อุ่นใจในช่วงฤดูกาลทำนา หวังจะขอฝน แต่ฝนก็ไม่มาตกบริเวณนี้ ไม่รู้เกิดอาเพสอะไร ไปตกที่อื่นหมด" ผู้ใหญ่ฯ สมชาย บ่นตัดพ้อ
กำนันเริงฤทธิ์ เล่าเสริมว่า นี่ถือเป็นการทำนาแล้งในรอบเกือบ 50 ปีก็ว่าได้
"มันเป็นปีที่แล้งมากๆ ทุ่งนาแถบนี้ก็เจอเหมือนกันหมด ผมเห็นทุกข์ของชาวบ้านในช่วงฤดูกาลทำนามาตลอด เพราะฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล นี่ก็ปลายเดือนตุลาคมแล้ว ฝนก็ยังไม่มา อยากบอกให้องค์กรท้องถิ่น และรัฐบาลได้ทราบปัญหาว่าพวกเราทุกข์มาก จะไม่มีข้าวกินกันแน่แล้ว"
ประธานสภา อบต. สุพรรณ อธิบายว่าพื้นที่แถบนี้ กว่า 46 ตารางกิโลเมตร ถือว่าฝนตกน้อย ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อน ลูกบ้านสะท้อนมาว่า องค์กรท้องถิ่น หรือภาครัฐในจังหวัด ยังไม่ให้ความสำคัญ อยากจะเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าง ส อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน น่าจะมีการอนุมัติให้ความช่วยเหลืออย่างใดอย่างหนึ่ง
"ส่วนของภาครัฐ โดยเฉพาะทางจังหวัด อบจ. ยังไม่ได้มีงบประมาณตกลงมาสู่องค์กรท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน อยากขอร้องไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งรัฐบาลและท้องถิ่น ให้ความสำคัญเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน ช่วยพวกเราบรรเทาทุกข์ในปัจจุบัน ที่ผ่านมารัฐเคยอนุมัติงบภัยแล้ง จากงบฯกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านมาแล้ว แต่คราวนี้ยังไม่มี มีแต่ให้พวกเราฝันรอฝนลมๆ แล้งๆ จนจะหมดหน้าฝนแล้ว.."
ในสถานการณ์เฉพาะหน้า ถามต่อไปว่า จะแก้ปัญหาเบื้องต้นเรื่องขาดน้ำทำนาอย่างไร
ผู้เฒ่าคนหนึ่งในวงสนทนา ตอบกลับมาเสียงดังว่า
"จะให้แก้ปัญหายังไง ฝนไม่ตก เป็นเรื่องเทวดา ฟ้าฝน ถ้าบอกว่ามีน้ำตรงนั้น ตรงนี้ มันเอามาไม่ได้ก็ว่าไปอย่าง เป็นอย่างนี้ แก้ไม่ได้หรอก" ...ดูเหมือนว่าชาวนาผู้อาภัพกำลังยอมรับต่อโชคชะตาฟ้าฝนกลั่นแกล้ง
หลังจากนั้น กลุ่มผู้นำชุมชนดังกล่าว ได้พาตระเวนชมนาหว่านของชาวบ้านอันแห้งเ
xxx
่ยว ต้นกล้าเขียวสู้หญ้าไม่ได้เลย ภายใต้ท้องฟ้าที่มีฝนตกเบาๆ หยุดๆ หายๆ เป็นระยะ
ดูเหมือนฤดูหนาวปีนี้ "คน(ตำบล)เมืองหลวง" คงหนาวจับใจกว่าทุกปี คนอยู่เมืองหลวงจริงๆ ฟังแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง...
ที่มา - http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20101013/357472/ฝน(หนัก)ไม่ทั่วฟ้า..-น้ำตาใครไหล.html
ตั้งกระทู้เมื่อ :
15 ต.ค. 2553,22:36
เข้าชม :
185
ครั้ง
แสดงความคิดเห็น เรื่อง :
ฝน(หนัก)ไม่ทั่วฟ้า.. น้ำตาใครไหล
ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
รหัสลับ
คำค้น
30 กำลังแจ๋ว
30 ยังแจ๋ว
ATM
real steel
xxx.th
กรูปรีอีสาน
การ์ตูนโป๊
จับยาบ้า
ตราสัญลักษณ์ศรีสะเกษ
ต่าย
ที่พัก
นางแบบศีระเกษ
นเรศวร
น้ำตาลเเดง
ปัญญาเรณู
ปัญญาเรณู 2
ปัญญาเรณู2
พุ่มพวง
รายชื่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
ลัดดาแลนด์
วัยรุ่นพันล้าน
ศรีสะเกษ
สคส
สมัครงานในจังหวัดศรีสะเกษ
หมอลำ
อำเภอพยุห์ท่ีเล่นเอ็ม
อุบัติเหตุที่กันทลักษ์ศรีสะเกษ
ฮักนะสารคาม
เดือนพฤศจิกายน
แฟนใหม่
บอทตัวล่าสุดที่เข้ามาเก็บข้อมูล คือ Google (66.249.69.112) วันนี้ เวลา 01.00 น.
www.Stats.in.th
Sitemap
Copyright 2010 , SisaketOnline.com , All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ติดต่อผู้ดูแลศรีสะเกษออนไลน์ ดอทคอม
โทร. 083-386-7741
หมู่ 1 ต.สิ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 33150
mail to : nor_endo@hotmail.com